Key takeawayหัวใจสำคัญของการสร้างผิวโกลว์ คือการแก้ที่ต้นเหตุด้วยการใช้สกินแคร์ช่วยเติมน้ำในให้ผิวสมดุล เพื่อลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน จากนั้นจึงเริ่มแต่งหน้าด้วยการเลือกใช้คุชชั่นผิวโกลว์ ที่มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะผิวสูง โดยใช้เทคนิคการกดซ้ำ เพื่อให้เม็ดสีแนบสนิทไปกับร่องผิว ไม่หลุดลอกระหว่างวัน และที่สำคัญที่สุดคือการเซ็ตแป้งโปร่งแสงเฉพาะจุด เพื่อควบคุมความมันในช่วง T-Zone (หน้าผาก จมูก และคาง) แต่คงความเงาวาวไว้บนจุดกระทบแสงอย่างโหนกแก้ม ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีมีมิติแบบ Glass Skin ได้ตลอดวันโดยไม่ดูมันเยิ้ม |
Table of Content
|
เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนเคยประสบปัญหาเดียวกัน คืออยากแต่งหน้าให้ดูมีออร่า สดใส แบบ Glass Skin ที่กำลังเป็นเทรนด์ระดับโลก แต่พอแต่งเสร็จผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง กระจกที่ส่องกลับกลายเป็นความมันเยิ้มจนเมคอัพไหลมากองรวมกัน แล้วเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างผิวโกลว์สุขภาพดีกับผิวมันคืออะไร ? วันนี้เราจะมาเจาะลึกความแตกต่างระหว่างการมีผิวโกลว์ VS ผิวมัน พร้อมเผยเทคนิคการสร้างลุคหน้าฉ่ำวาวแบบมือโปร ไม่ต้องกลัวหน้ามันระหว่างวันอีกต่อไป
ผิวโกลว์ VS ผิวมัน แตกต่างกันอย่างไร ?
การจะแยกให้ออกว่าผิวเราตอนนี้คือ "โกลว์" หรือ "มัน" ให้สังเกตจากมิติของแสงบนใบหน้า
- ผิวโกลว์ เป็นยังไง ? : ผิวโกลว์ (Glow Skin) คือผิวที่มีความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ จนทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น และดูเนียนละเอียด ส่งผลให้ผิวดูเปล่งปลั่งในจุดที่แสงตกกระทบ เช่น โหนกแก้ม สันจมูก หรือกลางหน้าผาก
- ผิวมัน เป็นยังไง ? : ผิวมัน (Oily Skin) เกิดจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันส่วนเกิน (Sebum) ออกมามากเกินไป โดยเฉพาะบริเวณจมูก คาง และหน้าผากส่วนล่าง ทำให้ผิวดูมันวาว ซึ่งน้ำมันส่วนเกินนี้ยังส่งผลให้รูขุมขนของเรากว้างขึ้น และทำให้เมคอัพหลุดลอกหรือเปลี่ยนสีระหว่างวัน
อยากหน้าฉ่ำวาวใช้อะไร ? แนะนำไอเทม (ไม่) ลับที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง
การสร้างลุคหน้าฉ่ำวาว ไม่ได้อยู่ที่การลงไฮไลท์ให้หนักที่สุด แต่อยู่ที่การเลือกใช้ไอเทมที่เพิ่ม "การหักเหของแสง" และ "การเติมน้ำให้ผิว"
- มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา : ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ก่อนเริ่มแต่งหน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน
- เบสหรือไพรเมอร์เนื้อชิมเมอร์ละเอียด : เป็นไอเทมที่ช่วยกระจายแสง เพื่อสร้างมิติให้ผิวดูโกลว์ตั้งแต่ขั้นตอนแรก
- คุชชั่นหรือรองพื้นสูตรโกลว์ : สำหรับคนผิวมัน ควรเลือกสูตรที่ที่มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะสูง เพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์สามารถแนบสนิทไปกับผิว และไม่แยกชั้นแม้จะมีน้ำมันจากผิวหลั่งออกมา
- แป้งโปร่งแสง : แม้จะเป็นการแต่งหน้าให้ผิวดูฉ่ำวาว แต่การเซ็ตผิวด้วยแป้งโปร่งแสงก็ยังคงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะแป้งจะช่วยล็อกเมคอัพให้ติดทนยาวนานมากขึ้น

อยากผิวโกลว์แต่ผิวมันมาก ทำยังไงไม่ให้หน้ามันระหว่างวัน ?
เตรียมผิวด้วย "ความสมดุล"
คนผิวมันส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยงการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพราะกลัวว่าจะทำให้หน้ามันยิ่งกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริง เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้น กลไกตามธรรมชาติจะยิ่งกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากขึ้น เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป เทคนิคที่ถูกต้องคือการเติมน้ำให้ผิวจนถึงจุดสมดุล ด้วยผลิตภัณฑ์มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา ซึ่งเมื่อผิวอิ่มน้ำ รูขุมขนจะดูกระชับ และพื้นผิวจะดูเรียบเนียนขึ้น ส่งผลให้การลงเมคอัพในขั้นตอนถัดไปยึดเกาะกับผิวได้แนบสนิท และติดทนยาวนานขึ้น
เทคนิค Less is More และการ Tapping
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ลงงานผิวได้อย่าง Professional คือการเริ่มลงผลิตภัณฑ์จากบริเวณที่ต้องการการปกปิดมากที่สุด เช่น กรอบหน้าหรือจุดที่มีรอย แล้วค่อย ๆ ไล่มายังส่วนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนจากการลากหรือถู มาเป็นการ "แท็บ" (Tapping) หรือการกดเบา ๆ ลงบนผิว วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อเมคอัพลงไปเติมเต็มในร่องผิว และยึดเกาะได้แนบสนิทกับผิวมากยิ่งขึ้น
ใช้คุชชั่นที่เน้นงานผิวจริง
หัวใจสำคัญของการแต่งหน้าให้ผิวฉ่ำวาว คือการเลือกคุชชั่นที่ใช่ โดยแนะนำว่าให้เลือกคุชชั่นผิวโกลว์ที่มีประสิทธิภาพในการปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน และอำพรางรูขุมขนได้ดี เพื่อให้ผิวดูเปล่งประกายเมื่อมีแสงมาตกกระทบ
การเซ็ตแป้งเฉพาะจุด
ใช้เทคนิคการเซ็ตแป้งเฉพาะจุดด้วยแปรงขนาดเล็ก โดยแตะแป้งโปร่งแสงเพียงบางเบา แล้วกดลงไปในจุดที่เกิดความมันได้ง่ายที่สุดอย่างบริเวณ T-Zone ได้แก่ ปีกจมูก และร่องแก้ม ส่วนบริเวณโหนกแก้มและจุดกระทบแสงอื่น ๆ ให้ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ลงแป้ง เพื่อให้ผิวได้แสดงมิติความฉ่ำวาวตามธรรมชาติ
การมีผิวที่ดูโกลว์สวยไม่ใช่เรื่องยาก แม้คุณจะเป็นคนผิวมัน เพียงแค่เข้าใจเรื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และเทคนิคการลงงานผิว ก็จะช่วยให้ได้เมคอัพที่ดูฉ่ำวาวแบบพอดี และติดทนยาวนานตลอดวัน
สัมผัสประสบการณ์ผิวโกลว์ด้วยคุชชั่นหน้าฉ่ำที่ช่วยสร้างงานผิว Glass Skin อย่างมาสเตอร์คลาส เรเดียน คุชชั่น
- ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน เปล่งปลั่ง และสว่างกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
- ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB ด้วยค่า SPF 50+/ PA+++
- อุดมด้วยสารบำรุงที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ พร้อมเสริมเกราะป้องกันความชุ่มชื้นให้ผิวตลอดวัน
ช้อปออนไลน์ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ และบริการจัดส่งฟรี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแต่งหน้าให้ผิวโกลว์ (FAQs)
Q : ผิวโกลว์กับผิวมัน ต่างกันอย่างไร สังเกตจากอะไรได้บ้าง ?
A : ให้สังเกตง่าย ๆ จากลักษณะของผิว
- ผิวโกลว์ (Glow Skin) : คือผิวที่ดูเรียบเนียนและชุ่มชื้น โดยแสงจะตกกระทบและสะท้อนเฉพาะจุดที่นูนเด่นของใบหน้า เช่น โหนกแก้ม สันจมูก หรือหน้าผากส่วนกลาง
- ผิวมัน (Oily Skin) : คือการที่มีน้ำมันส่วนเกินเคลือบผิว ทำให้แสงสะท้อนไปทั่วทั้งใบหน้าโดยเฉพาะข้างจมูกและคาง ส่วนรูขุมขนดูชัดเจนขึ้น และเมคอัพมักจะดูหมองหรือดรอปลงระหว่างวัน จากการที่น้ำมันไปผสมกับเนื้อรองพื้น
Q : คนผิวมันมาก แต่อยากแต่งหน้าลุค Glass Skin ควรเริ่มอย่างไร ?
A : จุดเริ่มต้นสำคัญคือการปรับสมดุลผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาเพื่อเติมน้ำให้ผิว เพราะหากผิวขาดน้ำจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น จากนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รองพื้นหรือคุชชั่นที่มีพลังการยึดเกาะผิวสูง และใช้เทคนิคการเซ็ตแป้งเฉพาะจุดแทนการเซ็ตทั้งหน้า
Q : เทคนิคการเซ็ตแป้งแบบ Point Setting คืออะไร และทำอย่างไร ?
A : Point Setting คือการใช้แป้งโปร่งแสงเซ็ตเฉพาะจุดที่ผิวมันง่ายที่สุด เช่น ทีโซน (หน้าผาก จมูก คาง) และปีกจมูก โดยใช้แปรงขนาดเล็กกดเบา ๆ แทนการใช้พัฟถู เพื่อล็อคความมันในจุดที่ไม่ต้องการ