รับของขวัญฟรีทุกออเดอร์

New customers "Get ฿120 off when you spend ฿800 Subscribe now!"

You shopping cart

No item in cart

โทนอัพเบสปรับสีผิว มีกี่เฉดสี หักล้างกันอย่างไร เข้าใจก่อนลงเมคอัพ

วิธีเลือกเบสปรับสีผิว ฟ้า ชมพู เขียว สีไหนเหมาะกับคุณ ?

Key Takeaways 

เบสปรับสีผิวคือไอเทมเตรียมผิวที่ทำงานด้วยทฤษฎีสีคู่ตรงข้ามเพื่อแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด โดยเบสเขียวจะช่วยหักล้างและกลบรอยแดงจากสิว เบสชมพูช่วยเติมความสดใสและเลือดฝาดให้กับผิวที่ดูซีดเซียว และเบสฟ้าช่วยดรอปเม็ดสีความเหลือง เสกผิวให้ดูสว่างกระจ่างใสสไตล์เกาหลี เพื่อให้ได้งานผิวที่เนียนเป๊ะและไม่ลอยระหว่างวัน ควรใช้เทคนิคแต้มทีละน้อยเฉพาะจุด หรือทำ Multi-color Correcting ควบคู่ไปกับการเลือกรองพื้นให้กลมกลืนกับสีผิวจริงมากที่สุด


Table of Content

  • โทนอัพปรับสีผิว (Color Correcting Base) คืออะไร ?
  • เจาะลึกความต่างเบสปรับสีผิว แต่ละเฉดใช้อย่างไร ?
  • เทคนิคลงเบสปรับสีผิวให้เนียนเป๊ะ ไม่วอก ไม่ลอยระหว่างวัน
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบสปรับสีผิว (FAQs)


เมื่อเทรนด์ของการสร้างผิวแบบ Clear Canvas ด้วยคอเรกเตอร์กำลังมาแรง สายบิวตี้หลายคนคงกำลังให้ความสนใจและมีข้อสงสัยว่าเบสฟ้า เบสชมพู และเบสเขียว ควรเลือกใช้สีไหนเพื่อแก้ให้ตรงกับปัญหาในแต่ละจุด เพราะการเลือกใช้เฉดสีที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญในการคอมพลีตเมคอัพลุคให้ผิวสวยเนียนในทุกมิติ วันนี้ Jung Saem Mool มีทฤษฎีสีและวิธีเลือกเบสให้ตอบโจทย์ผิวมาฝากกันแบบเจาะลึก สาว ๆ ที่อยากแต่งหน้าให้สวยฉ่ำไม่ควรพลาด 

โทนอัพปรับสีผิว (Color Correcting Base) คืออะไร ?

โทนอัพเบสปรับสีผิว (Color Correcting Base) คือผลิตภัณฑ์เตรียมผิวก่อนแต่งหน้าที่ใช้ทฤษฎีสีคู่ตรงข้ามในการหักล้างรอยด่างดำ รอยแดง หรือความหมองคล้ำบนใบหน้า ช่วยปรับสภาพสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ เป็นกลาง และสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การลงรองพื้นในขั้นตอนต่อไปเรียบเนียนและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ทำความเข้าใจทฤษฎีสีคู่ตรงข้าม

หลักการพื้นฐานของศิลปะอย่าง "วงจรสี" (Color Wheel) ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการแต่งหน้าได้อย่างลงตัว โดยอาศัยทฤษฎีสีคู่ตรงข้ามมาช่วยในการหักล้างจุดบกพร่องต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น 

  • การใช้สีเขียวเพื่อหักล้างสีแดงจากรอยสิว 
  • การใช้สีม่วงเพื่อหักล้างความเหลือง ความหมองคล้ำ 
  • การใช้สีพีชหักล้างสีฟ้า/น้ำเงิน เพื่อกลบรอยคล้ำใต้ตา 

ซึ่งการทำงานของสีเหล่านี้จะช่วยปรับเม็ดสีผิวบริเวณที่มีปัญหาให้กลับมาดูเป็นกลาง (Neutral) ส่งผลให้สีผิวโดยรวมดูเนียนตาและกลมกลืนกันที่สุดก่อนเริ่มลงเมคอัพ

ความแตกต่างระหว่างโทนอัพเบสและไพรเมอร์ทั่วไป

หลายคนมักสับสนระหว่างไอเทมเตรียมผิวทั้งสองแบบ ซึ่งความจริงแล้วมีจุดประสงค์หลักที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยหน้าที่หลักของโทนอัพเบส หรือ Color Correcting Base คือการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น เพื่อเน้นการแก้ปัญหาเรื่องเม็ดสี (Pigmentation) 

ในขณะที่ ไพรเมอร์ (Primer) จะเน้นไปที่การเตรียมเท็กซ์เจอร์ผิว เช่น การเบลอรูขุมขน การเติมเต็มร่องริ้วรอยเล็ก ๆ และช่วยควบคุมความมันเพื่อให้เมคอัพติดทน ดังนั้น หากคุณมีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ เบสปรับสีผิวจะเป็นคำตอบที่ตรงจุดมากกว่า

ข้อดีของการใช้เบสก่อนลงเมคอัพ 

การเริ่มต้นการแต่งหน้าด้วยเบสปรับสีผิวถือเป็นเคล็ดลับสำคัญของช่างแต่งหน้ามืออาชีพ การปรับสีผิวให้สม่ำเสมอตั้งแต่ขั้นตอนแรกจะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ ไม่แบนราบ และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยประหยัดปริมาณการใช้รองพื้นและคอนซีลเลอร์ได้อย่างมหาศาล เมื่อเราไม่ต้องโบกรองพื้นหนาๆ เพื่อปกปิดรอยต่าง ๆ งานผิวที่ได้จึงเป็นแบบ Skin-like Finish ที่ดูบางเบา เป็นธรรมชาติ ไม่ตกร่อง และไม่ดูหนาเตอะระหว่างวัน

เจาะลึกความต่างเบสปรับสีผิว แต่ละเฉดใช้อย่างไร ?

การเลือกสีเบสให้ตรงกับปัญหาผิวคือเคล็ดลับของงานผิวที่เพอร์เฟกต์ มาดูกันว่าแต่ละเฉดสีมีคุณสมบัติอย่างไรและเหมาะกับผิวแบบไหนบ้าง 

โทนอัพสีฟ้า vs สีชมพู vs สีเขียว ผิวแบบไหนควรใช้สีอะไร ?

เบสเขียว (Green Base)

เบสเขียว คือไอเทมกู้ภัยสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยแดงกวนใจ เพราะเม็ดสีเขียวจะไปหักล้างสีแดงจากสิว เส้นเลือดฝอย และความบางของผิว

  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบ รอยแดงจากสิว ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจนเห็นเส้นเลือดฝอย หรือมีรอยจ้ำแดงบริเวณข้างจมูก
  • วิธีการทำงาน : ตามทฤษฎีสี สีเขียวคือสีคู่ตรงข้ามกับสีแดง เบสเขียวจึงเข้าไปหักล้างรอยจ้ำแดง ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูเนียนเรียบและกลมกลืนไปกับสีผิวส่วนอื่น

เบสชมพู (Pink Base) 

เบสชมพูเป็นไอเทมที่ช่วยเติมความมีชีวิตชีวาให้ผิว พร้อมปลุกผิวที่ดูเหนื่อยล้าให้กลับมาดูสดใสอมชมพูสุขภาพดี

  • เหมาะสำหรับ : คนที่มีผิวขาวซีด ไร้เลือดฝาด หรือคนที่ต้องการปรับโทนผิวให้ดูอมชมพูมีออร่า
  • วิธีการทำงาน : สีชมพูจะช่วยกระจายแสงและเพิ่มความอมชมพูให้ผิว นอกจากนี้ยังสามารถใช้แต้มเบา ๆ บริเวณใต้ตาเพื่อลดความหมองคล้ำที่ดูเหนื่อยล้า ให้กลับมาดูสดชื่นได้

เบสฟ้า (Blue Base) 

เบสฟ้า สียอดนิยมสำหรับการเสกผิวไบรท์สไตล์เกาหลี เพราะนี่คือตัวช่วยสำคัญสำหรับงานผิวโกลว์ใส ดูสว่างแบบพกหลอดไฟมาเองเหมือนไอดอล

  • เหมาะสำหรับ : คนที่มีผิวอันเดอร์โทนเหลือง ผิวหมองคล้ำสะสม หรือมีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอจากการโดนแสงแดดทำร้าย
  • วิธีการทำงาน : สีฟ้าจะทำหน้าที่ดรอปเม็ดสีความเหลืองของผิว ทำให้ใบหน้าที่ดูหมองคล้ำกลับมาสว่าง กระจ่างใส และดูผ่องขึ้นทันที

"เบสสีม่วง เบสสีเบจ เบสสีขาว" เฉดสีที่ถูกมองข้าม แต่สำคัญสุด ๆ

นอกจากแม่สียอดฮิตแล้ว ยังมีเบสปรับสีผิวเฉดอื่น ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างเฉพาะเจาะจง ดังนี้

เฉดสีเบส

เหมาะสำหรับผิวแบบไหน

วิธีการทำงานและผลลัพธ์

เบสม่วง (Purple)

ผิวอันเดอร์โทนเหลืองซีด, ผิวดูเหนื่อยล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ

สีม่วงหักล้างสีเหลือง ช่วยปรับผิวหมองคล้ำหรือซีดเซียวให้กลับมาสว่างใสและมีออร่ามากขึ้น

เบสสีเบจ (Beige)

ผู้ที่ไม่มีปัญหาผิวเฉพาะจุด แต่ต้องการปรับสีผิวรวมให้สม่ำเสมอ

ทำหน้าที่คล้ายรองพื้นเนื้อบางเบา ช่วยเบลอรอยด่างดำเล็กๆ และเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการแต่งหน้า

เบสสีขาว (White)

ผิวขาวสว่างมาก หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มมิติไฮไลต์บนใบหน้า

ดึงความสว่างและกระจายแสงให้จุดเด่นของใบหน้าพุ่งขึ้น มักทาเน้นบริเวณสันจมูก โหนกแก้ม หรือหน้าผาก


เทคนิคลงเบสปรับสีผิวให้เนียนเป๊ะ ไม่วอก ไม่ลอยระหว่างวัน

ใช้เบสฟ้า เบสเขียว เบสชมพู เลือกสีไหนให้ปรับสภาพผิวได้เป๊ะ พร้อมลงสีต่อ

เพื่อให้การแต่งหน้าออกมาสวยสมบูรณ์แบบและติดทนนาน การลงเบสอย่างถูกวิธีถือเป็นสิ่งสำคัญ ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้ได้เลย 

  1. การเตรียมผิวคือหัวใจสำคัญ ก่อนลงเมคอัพทุกชนิด ควรลงสกินแคร์ให้ผิวชุ่มชื้นเพียงพอ และรอให้ซึมเข้าสู่ผิวเพื่อป้องกันการเกิดคราบขุย
  2. กฎเหล็ก "ใช้ทีละน้อย" บีบเนื้อเบสปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียว จากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยและเลเยอร์เฉพาะจุด การกะปริมาณให้พอดีจะช่วยป้องกันปัญหาหน้าเทาหรือหน้าลอย
  3. เทคนิค Multi-color Correcting เป็นการแต้มเบสหลายสีเฉพาะจุดที่มีปัญหาในหน้าเดียว เช่น ใช้ เบสเขียวที่รอยสิวบริเวณคาง และใช้เบสฟ้าบริเวณหน้าแก้มที่หมองคล้ำ เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุดที่สุด
  4. การจับคู่กับรองพื้นหรือคุชชั่น ควรเลือกรองพื้นในสเต็ปต่อไปให้กลมกลืนกับอันเดอร์โทนผิว และค่อย ๆ แท็บเนื้อรองพื้นทับเบา ๆ เพื่อไม่ให้เนื้อผลิตภัณฑ์ตีกับสีของเบส

ปรับผิวให้ไบร์ท แก้ Canvas ให้เคลียร์ด้วยเบสปรับสีผิว JUNG SAEM MOOL

การมีผิวหน้าที่ดูเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพารองพื้นหนาเตอะเสมอไป เพียงแค่คุณเข้าใจทฤษฎีสีและเลือกใช้ให้ตรงกับปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นเบสฟ้า เบสชมพู เบสเขียว เบสม่วง เบสสีขาว หรือเบสสีเบจ ก็สามารถเนรมิตงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติและติดทนตลอดวันได้

หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยปรับสีผิวที่บางเบา เกลี่ยง่าย และไม่ทำให้หน้าลอยระหว่างวัน ขอแนะนำ เบสปรับสีผิวอย่าง Skin Setting Base ที่ออกแบบมาเพื่อผิวคนเอเชียโดยเฉพาะ มีให้เลือกครบทั้ง 6 เฉดสี อุดมไปด้วยสารบำรุงที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้น ให้เมคอัพติดทนนานยิ่งขึ้น คืนความมั่นใจให้คุณเผยผิวสวยเป๊ะในทุกสถานการณ์ 

ช้อปเลยวันนี้ที่ Jung Saem Mool ได้ทุกสาขา หรือสั่งผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ พร้อมรับบริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศไทยสำหรับคำสั่งซื้อที่มียอด 500 บาทขึ้นไป


ข้อมูลอ้างอิง

  1. Color Correctors That Actually Conceal Dark Circles and Pesky Pimples. สืบค้นวันที่ 25 กันยายน 2569 จาก https://www.elle.com/beauty/makeup-skin-care/g65023195/best-color-correctors/


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบสปรับสีผิว (FAQs)

Q: เบสปรับสีผิวใช้แทนรองพื้นได้เลยหรือไม่ ?

A: สามารถใช้แทนได้ในวันสบาย ๆ ที่ต้องการงานผิวแบบ Make up no make up แต่หากต้องการปกปิดรอยคล้ำชัดเจน ควรใช้เบสคู่กับรองพื้นเนื้อบางเบาหรือคอนซีลเลอร์

Q: สามารถใช้เบสฟ้า เบสชมพู และเบสเขียว พร้อมกันในหน้าเดียวได้ไหม ?

A: ได้แน่นอน เทคนิคนี้เรียกว่า Multi-color Correcting โดยแต้มสีเบสเฉพาะจุดที่มีปัญหา เช่น แต้มเบสเขียวที่รอยสิว และแต้มเบสฟ้าที่บริเวณผิวหมองคล้ำ

Q: ผิวสองสีหรือผิวคล้ำ ควรใช้เบสสีอะไร ?

A: แนะนำให้ใช้เบสสีเบจเพื่อปรับสภาพผิวให้สม่ำเสมอ หรือสีพีชในการกลบรอยคล้ำ ควรหลีกเลี่ยงเบสสีขาวหรือสีชมพูสว่าง เพราะอาจทำให้หน้าดูลอยหรือเทาได้

Q: ควรลงเบสปรับสีผิวก่อนหรือหลังครีมกันแดด ?

A: ควรลงเบสปรับสีผิวหลังจากทาครีมกันแดด โดยรอให้ครีมกันแดดเซตตัวเข้าสู่ผิวประมาณ 2-3 นาที แล้วจึงค่อยเกลี่ยเบสตามลงไป

 

 

 

Previous article
Next article

This Website uses cookies. Please accept our cookie policy for your best experience. You can learn more on how to adjust your cookie setting in our cookie policy here